Skip to content

UFABETWINS มีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ ? กฏแปลกๆ เกี่ยวกับ เสื้อนักกีฬาUFABETWINS

UFABETWINS ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งดีเสมอ แต่จะเหมาะสมหรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ นี่คือเรื่องราวอลวนเกี่ยวกับเรื่องของชุดแข่งขันของทีมฟุตบอล

 

มีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ ? กฏแปลกๆ เกี่ยวกับ เสื้อนักกีฬา

 

ที่แม้จะทำออกมาเท่ขนาดไหน แต่สุดท้ายใครบางคนก็ไม่เข้าใจและบอกกับพวกเขาว่า “ห้ามใส่เด็ดขาด” มีเหตุการณ์ใดและเสื้อแข่งของทีมไหนบ้างที่มีปัญหา ทั้งที่งงบ้างและไม่งงบ้าง ?

 

ห้ามเป็นแฟชั่น 

แฟนบอลยุค 1990s-2000s คงจำตำนานทีมชาติแคเมอรูนได้ดี เพราะชาติจากทวีปแอฟริกาชาตินี้มีเทพวินนิ่งมากมายทั้ง แพทริก เอ็มโบม่า, ออกุสติน ซิโม, หรือแม้กระทั่ง ซามูเอล เอโต้ ในวัยหนุ่ม

 

นอกจากจะเป็นที่จดจำด้วยตัวนักเตะแล้ว ชุดแข่งของ แคเมอรูน ในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2002 ก็เป็นตำนานไปด้วย เพราะแบรนด์ผู้ผลิตอย่าง พูม่า ออกแบบชุดแข่งของ แคเมอรูน มาได้แหวกแนวที่สุด เพราะพวกเขาทำให้มันเป็นเหมือนกับเสื้อแขนกุด หรือเสื้อกล้ามแบบที่นักบาสเกตบอลใส่ … ที่สำคัญทัพสิงโตแห่งยาอุนเดคว้าแชมป์รายการดังกล่าวไปครองได้อีกด้วย

 

แม้ทาง พูม่า จะอวดอ้างสรรพคุณว่านี่คือสุดยอดดีไซน์ที่เหมาะกับสรีระนักเตะแอฟริกัน รวมถึงสภาพอากาศในทวีป เพราะทำให้นักกีฬาเคลื่อนที่ได้ง่ายและระบายความร้อนได้ดี ที่สำคัญแฟนบอลก็ตื่นเต้นและเตรียมที่จะควักเงินซื้อชุดแข่งนี้มาใส่โชว์ความแหวกและแตกต่างในฟุตบอลโลก 2002 รอบสุดท้ายที่จะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอยู่แล้วแท้ ๆ

 

ทว่า สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ติดเบรกเรื่องนี้และบอกว่า ชุดแข่งดังกล่าวคือการตั้งใจโฆษณาและแฝงไปด้วยแฟชั่น ซึ่งผิด Laws of the Game กฎกติกาของเกมลูกหนังที่ฟีฟ่าได้วางไว้ และสุดท้ายชุดนี้ก็โดนแบน ห้ามใช้ในการแข่งที่ฟีฟ่ารับรองในทันที ซึ่งพูม่าต้องแก้ไขด้วยการเย็บแขนเสื้อสีดำเพิ่มเข้าไป ในชุดที่ใช้แข่งเวิลด์คัพฉบับเอเชีย ซึ่ง แคเมอรูน ตกรอบแรก

เหมือนจะเข็ดแต่ก็ไม่ … 2 ปีต่อมาในแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2004 พูม่า เอาอีกแล้ว ด้วยการออกแบบชุดแข่งของ แคเมอรูน เป็นชุดแบบจั๊มสูท หรือชุดที่ใส่แบบสวมทีเดียวทั้งเสื้อทั้งกางเกงถูกเย็บติดกัน

เซปป์  แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่าในเวลานั้นถึงกับต้องบอกว่า ได้โปรดหยุดกวนกันเถอะ เพราะมันเป็นความผิดข้อเดิม ๆ ชนิดที่ว่าตั้งใจยั่วโมโหกันชัด ๆ ผลสุดท้ายชุดจั๊มสูทของ แคเมอรูน ก็โดนแบนไปอย่างรวดเร็วหลังจบทัวร์นาเมนต์ ซึ่งทัพสิงโตแห่งยาอุนเดตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย

 

แคเมอรูน ต้องกลับมาใส่ชุดแข่งแบบเบสิกในฟุตบอลโลก 2006 รอบคัดเลือก ที่มีขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน และคราวนี้ พวกเขาไม่ได้วีซ่าเข้าไปแข่งในรอบสุดท้าย

 

“นี่มันผิด Laws of the game กฎได้บอกไว้ชัดเจนแล้วว่า คุณจะต้องมีเสื้อหนึ่ง – กางเกงหนึ่ง – ถุงเท้าหนึ่ง (โว้ย)” แบล็ตเตอร์ คงอยากจะบอกแบบนี้ … ส่วนคำว่าโว้ย เราเติมเอาเองตามอารมณ์และสีหน้าของเขาในการแถลงข่าววันนั้น

ห้ามการเมือง แต่ถ้าเนียนก็พอไหว 

เรื่องนี้เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ในฟุตบอลยูโร 2020 ที่ผ่านมา โดยเป็นข้อพิพาทกันระหว่าง 2 ชาติชิดใกล้ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่าง รัสเซีย และ ยูเครน

ก่อนจะไปคุยเรื่องเสื้อ เราไปคุยกันถึงเรื่องที่พวกเขาทะเลาะกันก่อน … ทั้งสองประเทศอยู่ในช่วงของการแย่งชิงดินแดนที่เรียกว่าคาบสมุทรไครเมีย แต่เดิมพื้นที่นี้อยู่ในอาณาเขตของ ยูเครน ทว่า รัสเซีย ได้ใช้กำลังทหารเข้ายึดดินแดนมาตั้งแต่ช่วงราว ๆ ปี 2014 ทำให้ ยูเครน ไม่พอใจและพยายามจะเรียกร้องดินแดนของพวกเขาคืนมาอยู่เสมอ เพียงแต่ว่าอำนาจและอิทธิพลในประชาคมโลกนั้นเป็นรอง รัสเซีย อยู่พอสมควร

 

ดังนั้นเมื่อกำลังทหารสู้ไม่ไหว ยูเครน จึงได้จัดแจงแสดงความเป็นเจ้าของผ่านเกมฟุตบอล ด้วยการออกแบบชุดแข่งขันทีมชาติยูเครน ด้วยการเติมรูปคาบสมุทรไครเมียตามแบบของแผนที่เป็นลายชุดแข่งนั้น ซึ่งเมื่อรัสเซียเห็นก็ปรี๊ดแตกทันที และได้ฟ้อง สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ให้แบนชุดแข่งนี้เพราะนอกจากเรื่องลายแผนที่บนชุดแข่งแล้ว ยังแฝงข้อความทางการเมืองจากการใส่ข้อความด้านในเสื้อว่า “Glory To The Heroes” ซึ่งมีความหมายในเชิงการให้กำลังใจและชื่นชมเหล่าทหารกล้าของประเทศที่ต่อสู้กับรัสเซียในการแย่งชิงดินแดนนั้น

 

ยูฟ่า รับเรื่องทันที และเรื่องนี้ถึงขั้นต้องหารือกับ สหประชาชาติ หรือ UN เลยทีเดียวว่า สรุปแล้วความขัดแย้งนี้มันยังไงกันแน่ ? ซึ่งสหประชาชาติก็บอกว่า ยูเครน สามารถใส่แผนที่ของไครเมียลงบนเสื้อได้ เพราะถือเป็นดินแดนของพวกเขาที่สหประชาชาติรับรอง เพียงแต่ว่าถ้าจะให้ดี ควรลบข้อความที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังทหารออกไป ซึ่งถ้าลบไปแล้วก็จะไม่มีใครมาทักท้วงอะไรได้อีก

ซึ่งในความจริงต่อให้ไม่มีข้อความ ทุกคนก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่านี่เป็นการแสดงออกทางการเมืองชัด ๆ เพียงแต่เป็นการเนียนวางรูปของแผ่นที่แคว้นไครเมียลงไปเฉย ๆ ที่เหลือให้ไปคิดเอาเองว่า ยูเครน หมายความว่าอย่างไร และในเมื่อมันไม่เกี่ยวกับการเมือง Laws of the game ก็ไม่สามารถแบนชุดแข่งนี้ได้ แม้จะทำให้ฝ่ายความมั่นคงของรัสเซียและอาจรวมถึง วลาดิเมียร์ ปูติน ต้องโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงก็ตาม

เลือกได้แค่อย่างเดียว 

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2021-22 นี้ โดยก่อนจะแข่งไม่กี่สัปดาห์ อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมดังแห่งเนเธอร์แลนด์ ได้เปิดตัวชุดแข่งชุดที่สามสีดำ โดยมีกิมมิคเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ตรงใต้คอปกเสื้อด้านหลัง โดยเป็นรูปนกน้อย 3 สี (เขียว เหลือง แดง)

นก 3 สีนี้ดัดแปลงมาจากเพลง Three Little Birds ของศิลปินเร็กเกในตำนานอย่าง บ๊อบ มาร์เลย์ ซึ่งภายหลังแฟนบอลของ อาหยักซ์ ได้นำไปปรับเอามาร้องเป็นเพลงเชียร์ของสโมสรและได้รับความนิยมจนกลายเป็นที่จดจำไปโดยปริยาย และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องใส่เจ้านก 3 ตัวซ่อนไว้ในคอเสื้อดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

อย่างไรก็ตามเจ้านก 3 ตัวนี้ ก็ไม่ได้เผยโฉมสู่โลกกว้างตามที่วางแผนไว้ เพราะ ยูฟ่า ได้ออกมาเบรกตามกฎชุดแข่งขันในรายการนี้ว่า “ชุดแข่งของทุกทีมในฟุตบอลถ้วยยุโรป ห้ามมีโลโก้อื่น ๆ ยกเว้น ตราสโมสร, โลโก้ผู้ผลิต, โลโก้สปอนเซอร์หน้าอก และโลโก้สปอนเซอร์ที่แขนเสื้อ (ที่เพิ่งอนุญาตให้แปะได้แบบสด ๆ ร้อน ๆ) เท่านั้น” (อย่างไรก็ตาม หากมีโลโก้องค์กรการกุศลก็จะสามารถแปะเพิ่มได้ เช่นกรณีของ เชลซี)

แม้ความหมายจะดี และเจ้านกน้อยแห่งเสรีภาพก็ไม่ได้มีพิษมีภัย หากเทียบกับการกวนประสาททางอ้อมแบบเสื้อแผนที่ไครเมียของทีมชาติยูเครน แต่กฎก็คือกฎ สุดท้ายนกน้อย 3 สี ก็ต้องเก็บแรงไว้โบยบินในฟุตบอลลีกอย่างเดียว

คลิกเลย >>> https://www.ufabetwins.com/
อ่านเพิ่มเติม >>> บ้านผลบอล

Published inUncategorized