Skip to content

UFABETWINS เพื่อสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ : ทำไมนักฟุตบอลญี่ปุ่นย้ายไปเล่นในยุโรปด้วยราคาแสนถูก?

UFABETWINS ญี่ปุ่นคือหนึ่งในชาติ ที่พัฒนาความเก่งกาจ ในเกมลูกหนังอย่างก้าวกระโดด ภายในเวลาไม่ถึง 30 ปี พวกเขากลายเป็นทีมฟุตบอลหัวแถว

ของทวีปเอเชีย และมีนักเตะมากมาย ย้ายไปค้าแข้งในฟุตบอลยุโรป ฮิเดโตชิ นากาตะ, ชินจิ คางาวะ, มายะ โยชิดะ, ทาคุมิ มินามิโนะ, ยูยะ โอซาโกะ, เคซุเกะ ฮอนดะ, มาโคโตะ ฮาซาเบะ, อัตสึโตะ อุจิดะ, ชินจิ โอกาซากิ คือตัวอย่างส่วนน้อย ของผู้เล่นชาวญี่ปุ่น ที่ไปสร้างชื่อเสียง ในลีกฟุตบอลชั้นนำของโลก
ขณะที่แดนอาทิตย์อุทัย เป็นประเทศที่ผลิตนักฟุตบอลฝีเท้าดีมากมาย นักเตะเหล่านี้กลับย้ายไปค้าแข้ง ในลีกลูกหนังยุโรป ด้วยราคาแสนถูก

ไม่สมกับทักษะของพวกเขาแม้แต่น้อย หนทางการพัฒนาฟุตบอลญี่ปุ่น หนึ่งในเหตุผลสำคัญ ที่ญี่ปุ่นสามารถพัฒนานักฟุตบอลเยาวชนฝีเท้าดี ขึ้นมาประดับวงการได้อย่างต่อเนื่อง เพราะว่าพวกเขามีแผนการ 100 ปี (100-year vision) หรือการวางระบบสร้างวงการลูกหนังแดนซามูไร ให้ขึ้นมาเป็นสุดยอดของโลก ภายในระยะเวลาหนึ่งศตวรรษ แม้ว่าญี่ปุ่น จะเน้นความสำคัญ ไปที่ฟุตบอลเจลีก และการสร้างรากฐานให้ชุมชนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมของการพัฒนา

แต่อีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้วงการฟุตบอล เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือการส่งผู้เล่น ไปเก็บประสบการณ์ต่างแดน “หนึ่งในวิธีที่ทำให้ผู้เล่น รวมถึงโค้ชของเรายกระดับ คือการส่งพวกเขาไปเล่นต่างประเทศ ตอนที่เจลีกเริ่มแข่งขัน สักช่วง 20 ปีก่อน เราแทบไม่เคยได้ยินชื่อนักฟุตบอลญี่ปุ่น เล่นต่างประเทศ เพราะพวกเขาเก่งไม่พอ” “ผมภูมิใจมากที่นักเตะของเราจำนวนไม่น้อย ไปเล่นที่ต่างประเทศ เมื่อพวกเขากลับมาในประเทศ นักเตะเหล่านี้ สามารถพัฒนาการแข่งขัน

ของเรา (เจลีก) ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น” มิตซึรุ มุราอิ ประธานฟุตบอลเจลีก กล่าวถึงความสำคัญที่ต้องส่งนักเตะ ไปเล่นต่างแดน การพูดว่าประเทศญี่ปุ่น เริ่มส่งออกนักเตะไปต่างแดนได้ไม่นาน ไม่ใช่เรื่องที่ผิดนัก การเริ่มต้นตามหลังชาติจากทวีปอเมริกาใต้ และแอฟริกา ทำให้นักเตะญี่ปุ่นมีเครดิตน้อยกว่า เพื่อทำตามแผน ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพผู้เล่น ผ่านการส่งไปค้าแข้งในยุโรป การปล่อยนักเตะในราคาที่ถูกกว่า เหมือนการขายตัดราคาสินค้า จึงเกิดขึ้น ฮิเดโตชิ นากาตะ

คือผู้เล่นพรสวรรค์สูงคนหนึ่ง ที่ญี่ปุ่นเคยมีมา อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มต้นค้าแข้ง ในทวีปยุโรป กับเปรูจา ในประเทศอิตาลี เขากลับถูกซื้อตัวในราคาแค่ 3.5 ล้านยูโรเท่านั้น ก่อนที่นากาตะจะไประเบิดผลงาน และถูกโรม่า มาซื้อตัวไปจากเปรูจา ในราคาสูงถึง 21.7 ล้านยูโร มากกว่าเดิม เกือบ 7 เท่า ช่วงเริ่มต้นของการส่งออกนักเตะ ญี่ปุ่นถึงกับต้องใช้วิธีส่งผู้เล่นไปยืม เพื่อหาโอกาสในต่างแดน ฮิโรชิ นานามิ ดาวดังของทัพซามูไรบลู ช่วงยุคปลาย 90’s ได้โอกาสไปยืมตัว

กับเวเนเซีย ในอิตาลี แต่ไม่ประสบความสำเร็จแบบที่คาดหวัง การส่งนักฟุตบอลญี่ปุ่นไปลองของที่ยุโรป คือการเปิดประตูที่ดี ให้กับเหล่านักเตะแดนซามูไรในอนาคต โดยเฉพาะฮิเดโตชิ นากาตะ ที่สร้างมาตรฐานการค้าแข้งอันยอดเยี่ยมทิ้งเอาไว้ ทำให้หลายสโมสรเริ่มคิดว่า ญี่ปุ่นกลายเป็นตลาดนักเตะที่น่าสนใจ เพราะพวกเขาสามารถหาผู้เล่นฝีเท้าเลิศ แบบนากาตะ ได้ในราคาแสนถูก ที่หากซื้อนักเตะจากชาติชั้นนำ คงได้แค่ตัวเกรดกลางค่อนไปทางล่าง มาร่วมทีม

จากฟุตบอลโลก 1998 ประเทศญี่ปุ่นเข้าร่วมการแข่งขัน โดยไม่มีนักเตะค้าแข้งนอกประเทศ แม้แต่คนเดียว 4 ปีถัดมา ในฟุตบอลโลก 2002 ญี่ปุ่นมีผู้เล่นอยู่ต่างแดน ถึง 4 คน ได้แก่ ฮิเดโตชิ นากาตะ, โยชิคัตสึ คาวางุจิ (พอร์ทสมัธ ซื้อไปในราคา 2.7 ล้านยูโร), จุนอิจิ อินาโมโต (อาร์เซนอล ยืมตัว) และ ชินจิ โอโนะ (เฟเยนูร์ด ซื้อไปในราคา 5.5 ล้านยูโร) เห็นได้ว่า นักเตะญี่ปุ่นที่ถูกคว้าตัวไปเล่นยุโรป มีค่าตัวที่แสนถูก บางคนประสบความสำเร็จที่ยุโรป บางคนก็ไม่

UFABETWINS

แต่สุดท้ายไม่ว่าผลงาน ในลีกฟุตบอลชั้นนำ จะเป็นอย่างไร สุดท้ายวงการฟุตบอลญี่ปุ่น ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด เพราะนักเตะที่ไปค้าแข้งต่างแดน ล้วนเป็นสมาชิกของทีมชาติญี่ปุ่น และพวกเขาสามารถยกระดับคุณภาพของทีมได้อย่างชัดเจน การเริ่มส่งนักเตะออกไปค้าแข้งต่างแดน ได้ผลลัพธ์กลับมา เป็นการผ่านรอบแบ่งกลุ่มครั้งแรก ของทีมชาติญี่ปุ่น ในฟุตบอลโลก 2002 แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเจ้าภาพร่วมของการแข่งขัน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทัพซามูไรบลูชุดนั้น

แข็งแกร่งพอที่จะผ่านเข้าสู่รอบ 2 และต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการเป็นแชมป์เอเชียน คัพ 2004 ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความแข็งแกร่งของทีมชาติญี่ปุ่น ได้รับการพัฒนา ผ่านการออกมาค้าแข้งต่างแดนของนักเตะ ฟุตบอลโลก 2018 นักเตะ 14 คน จาก 23 คน ในชุดทีมชาติญี่ปุ่น เล่นอยู่นอกประเทศ และทำผลงานที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบ 2 เป็นครั้งที่ 3 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก จาก 5 ครั้งหลังสุด เป็นภาพแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การเปิดโอกาสให้ผู้เล่น

มาค้าแข้งต่างแดน ช่วยให้ญี่ปุ่นรักษาคุณภาพทีม ในฐานะทีมระดับหัวแถวของเอเชีย ไว้ได้นานกว่า 20 ปี เปิดโอกาสตามความฝัน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแตกต่างจากอดีตตรงที่ ทุกวันนี้สโมสรฟุตบอลในยุโรป รับรู้ถึงศักยภาพของนักเตะญี่ปุ่นเป็นอย่างดี ผลงานในระดับเวทีนานาชาติ ของผู้เล่นแดนซามูไรเป็นที่ประจักษ์ แต่วงการลูกหนังญี่ปุ่น ยังคงขายนักเตะในราคาถูกเช่นเดิม ทั้งที่โก่งราคากว่านี้ ก็สามารถทำได้ เป็นผลสืบมาจาก การผลักดันส่งนักเตะออกไป

ค้าแข้งต่างประเทศ และความสำเร็จของฮิเดโตชิ นากาตะ ที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนญี่ปุ่น ที่รักกีฬาลูกหนัง นากาตะ ฟีเวอร์ ทำให้เด็กญี่ปุ่น เกิดความฝัน อยากไปค้าแข้งที่ญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จ เป็นซุเปอร์สตาร์ แบบนากาตะ การไปค้าแข้งในลีกชั้นนำของยุโรป จึงกลายเป็นความฝัน ของนักฟุตบอลญี่ปุ่นทั่วประเทศ ไม่มีใครอยากหยุดอยู่แค่เจลีก หากคิดว่าตัวเองฝีเท้าดีพอ ที่จะเผชิญความท้าทาย บนเวทีลูกหนังยุโรป การย้ายไปเล่นฟุตบอลต่างแดน จึงกลายเป็นค่านิยม

ร่วมกัน ที่ทุกฝ่ายในวงการฟุตบอลญี่ปุ่นได้ประโยชน์ ทั้งทีมชาติ และนักเตะ รวมถึงสโมสรฟุตบอล เพราะทีมไหนที่เปิดโอกาสให้นักเตะ ย้ายไปค้าแข้งต่างแดนได้ง่ายกว่า มีโอกาสที่นักฟุตบอลจะเลือกเซ็นสัญญามากกว่า เคซุเกะ ฮอนดะ คือตัวอย่างที่ดี เขาเป็นนักเตะที่ความสามารถสูง ได้รับการจับตาจากหลายสโมสร ตั้งแต่สมัยเล่นในระดับโรงเรียน ซึ่งสุดท้ายเขาเลือกเซ็นสัญญาอาชีพ กับทีมนาโงยา แกรมปัส เพราะนาโงยา พร้อมจะปล่อยฮอนดะ ออกจากทีมไปเล่นที่ยุโรป

ไม่ว่าสโมสรไหนจะยื่นข้อเสนอเข้ามา 3 ปีหลังจากเซ็นสัญญากับนาโงยา ฮอนดะได้รับความสนใจจาก วีวีวี เวนโล สโมสรในเนเธอร์แลนด์ ที่มี เซฟ เวอร์โกรสเซน อดีตกุนซือของนาโงยาคุมทีมอยู่ เวอร์โกรสเซน รู้ถึงความสามารถของฮอนดะเป็นอย่างดี และเขาต้องการแข้งดาวรุ่งวัย 21 ปี ณ เวลานั้นไปร่วมทีม ถึงจะเป็นสโมสรขนาดเล็ก แต่ฮอนดะต้องการโอกาสที่จะไปตามความฝัน เล่นในทวีปยุโรป สุดท้ายด้วยสัญญาใจ ระหว่างสโมสร กับนักเตะ นาโงยา แกรมปัส

จึงปล่อยฮอนดะ ออกไปเล่นกับ วีวีวี เวนโล ด้วยค่าตัว 0 ยูโร สำหรับนักฟุตบอลญี่ปุ่น พวกเขาต้องการตอบรับทุกโอกาส ที่ถูกหยิบยื่นโดยทีมฟุตบอลจากยุโรป เช่น กรณีของ อัตสึโตะ อุจิดะ เขาถูกชาลเก้ 04 ยื่นมาซื้อตัว ในราคาเพียง 1.3 ล้านยูโร ซึ่งถือว่าถูกมาก หากเทียบกับผลงานในฐานะอนาคตแบ็คขวาตัวจริง ของทีมราชันย์สีน้ำเงิน ที่ประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ร่วมกับทีม เหตุผลที่อุจิดะ ถูกขายในราคาสุดถูก จากต้นสังกัดเดิม อย่าง คาชิมา อันท์เลอร์ส

เพราะเหมือนในกรณีของฮอนดะไม่มีผิด การยื่นข้อเสนอเข้ามาของชาลเก้ คือโอกาสสำคัญอย่างมาก ที่จะส่งนักฟุตบอลเลือดซามูไร ไปสัมผัสเกมระดับโลก ในลีกบุนเดสลีกา เยอรมั “นี่เป็นโอกาสสำคัญที่ผมต้องคว้าไว้ เพราะผมจะได้พัฒนาตัวเอง ในฐานะนักฟุตบอล” อุจิดะ กล่าวหลังจากย้ายมาร่วมทีมชาลเก้ 04
ขณะเดียวกัน การปล่อยนักเตะไปตามฝันคือการรักษาความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างสโมสร และนักเตะ เพราะหลังจากจบการผจญภัยที่ยุโรป ทีมที่อุจิดะเลือกเมื่อ

UFABETWINS

กลับมาค้าแข้งในญี่ปุ่น คือ คาชิมา อันท์เลอร์ส อีกหนึ่งคนที่ได้ประโยชน์ จากสัญญาใจระหว่างสโมสร กับนักเตะ คือ ชินจิ คางาวะ ดาวเตะชื่อดังรายนี้ ย้ายจากเซเรโซ โอซากา ไปอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยราคาเพียง 350,000 ยูโรเท่านั้น จากข้อตกลงที่สโมสรเซเรโซ ทำร่วมกับอดีตแข้งทีมเสือเหลืองรายนี้ คางาวะ เหมือนกับ ฮอนดะ เขามีฝีเท้าโดดเด่นตั้งแต่สมัยเล่นฟุตบอลเยาวชน และเขาได้รับการเสนอสัญญาจากเซเรโซ โอซากา ซึ่งยอดทีมจากแคว้นคันไซ

ได้สัญญากับคางาวะว่า ถ้าเซ็นสัญญากับเรา จะใส่ค่าฉีกสัญญา สำหรับทีมในยุโรป เพื่อให้คางาวะย้ายทีมตามที่ต้องการ ในราคาแค่ 350,000 ยูโรเท่านั้น สุดท้ายคางาวะ ได้ย้ายทีมในราคาสุดจะถูก ไปอยู่กับดอร์ทมุนด์ สโมสรดังในเยอรมัน ตามความฝัน แม้ว่าจะเป็นราคาการย้ายตัว ที่ไม่สมกับฝีเท้าของคางาวะ แม้แต่น้อย ทว่าสุดท้าย นี่คือธรรมเนียมปฏิบัติของสโมสรฟุตบอลในญี่ปุ่น พวกเขายอมจะเสียนักเตะในราคาแสนถูก เพื่อโอกาสในการได้ผู้เล่นฝีเท้าดี อนาคตไกลมาร่วมทีม

 

คลิ๊กเลย >>> https://www.ufabetwins.com/

อ่านข่าวเพิ่ม >>> บ้านผลบอล

Published inUncategorized